วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เปลี่ยนผมเสีย ให้กลับคืนสวย



สาว ๆ สมัยนี้แต่งตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือเมคอัพสวย ๆ บนใบหน้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงทรงผมสุดฮิตที่ใคร ๆ ที่จัดแต่งให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดรายผม จัดแต่งทรงด้วยแว็กซ์ สเปรย์ต่าง ๆ รวมไปถึงการให้ช่างจัดแต่งทรงผมยืด-ดัด เปลี่ยนสีผมให้ได้ดังใจ 
แต่เส้นผมที่ต้องถูกความร้อนเป็นประจำ หรือแม้แต่สารเคมีบ่อย ๆ ก็ทำให้สุขภาพเส้นผมเริ่มอ่อนแอ แห้ง แตกปลาย แย่ที่สุดคือ ขาดหลุดร่วงไปเลยก็มี
เรามีวิธีการดูแลเส้นผมของตัวเองง่าย ๆ สำหรับผมที่แห้งเสีย ให้กลับมามีสุขภาพดีได้เหมือนเดิม

1.
สำรวจดูสภาพเส้นผมของตัวเอง ว่ากำลังเผชิญปัญหาอะไร ถ้าผมแห้งแตกปลาย วิธีง่าย ๆ แค่เล็มออก หรือถ้าเสียมาก ก็ตัดทิ้งเริ่มต้นไว้ใหม่จะดีกว่า
2.แต่ถ้าใครไม่อยากตัดทิ้งเพราะไว้มาซะยาว รู้สึกเสียดาย ก็ต้องใช้วิธีบำรุงให้มากหน่อย โดยมากแล้วผมเสีย จะขาดความชุ่มชื้น เราสามารถเสริมตรงนี้ได้ ด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุขภาพผม โดยเริ่มตั้งแต่การทำความสำอาด ทำได้ดังนี้
-เลือกใช้แชมพูที่ช่วยบำรุงรักษาสภาพผมที่แห้งเสีย เพราะมีสารอาหารในการซ่อมแซมบำรุงให้ดีขึ้น
-บำรุงด้วยครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ ถ้าผมแห้งเสียรุนแรงให้ใช้ครีมนวดที่มีส่วนผสมของทรีตเม้นต์เข้มข้น
-หมั่นฟื้นฟูด้วยการทรีตเมนต์ หรือมาสก์ผมสัปดาห์ละครั้ง ตามด้วยลีฟออนทุกครั้งหลังสระ จะยิ่งช่วยฟื้นฟูผมเสียให้กลับมาแข็งแรง ดูสุขภาพดีเงางามได้อีกครั้ง
3.ข้อนี้สำหรับสาว ๆ ที่รักในการจัดแต่งทรงผม และยังมีสภาพผมดีอยู่ สิ่งที่ต้องนึกถึงไว้ตลอดคือ การทำความสะอาด หากมีการจัดแต่งทรงผมไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม ก่อนนอนต้องสระผม ทำความสะอาดผมทุกครั้ง เพื่อเป็นการชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับเส้นผม และเมื่อสระผมแล้วก็ต้องเป่าผมให้แห้ง ด้วยลมอุ่น ๆ หรือลมเย็นธรรมดาก็ได้ อย่านอนทั้งที่ผมยังเปียกชื้น เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อราบนหนังศีรษะ สาเหตุของผมหลุดร่วงได้นะจ๊ะ
4.และข้อนี้สำหรับสาว ๆ ทุกคนที่ผมเสียและผมไม่เสีย สุขภาพผมจะดีได้ ต้องมาจากภายในด้วย อาหารบางชนิดสามารถบำรุงเส้นผมได้ โดยสารอาหารที่ว่านั้น ได้แก่ โปรตีน และวิตามิน H หรือไบโอติน สารอาหารทั้ง 2 ชนิดจะช่วยบำรุงรากผม ซ่อมแซมและเสริมสร้างให้เส้นผมเงางาม แข็งแรง และมีสุขภาพดี เราสามารถหาสารอาหารเหล่านี้ได้จาก ถั่วลิสงอบแห้ง เนยถั่ว เฮเซลนัท อัลมอนด์ ไตหมู ไข่แดง ตับวัว เมล็ดงา เป็นต้น
แค่นี้สาว ๆ ก็กลับมามีเส้นผมที่สวยเงางามเหมือนเดิมแล้ว

3 สูตรมาสก์หน้าสีแดงต้านสิว



อย่าเพิ่งคิดมากจนเสียความมั่นใจไปค่ะ เพราะเรามีวิธีง่ายๆป้องกันการเกิดสิวและทำให้ผิวกระจ่างใสมาฝาก นั่นคือ มาสก์ผักผลไม้กลุ่มสีแดง เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพไม่ให้อุดตันก่อสิว ลดรอยสิวให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น
ต้องการมาส์กหน้าสูตรไหน ไปดูวิธีทำกันค่ะ 
สูตรแอ๊ปเปิ้ลน้ำผึ้ง ป้องกันสิว ลดรอยด่างดำ
วิธีทำ ปั่นแอ๊ปเปิ้ล 1 ผลให้ละอียด ผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นสิว หรือมีรอยด่างดำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วตามด้วยน้ำธรรมดา ซับหน้าให้แห้ง
สูตรมะเขือเทศ ลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ
วิธีทำ สับมะเขือเทศ 1 ลูก ให้ละเอียด นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า นวดวนเบาๆ แล้วทิ้งไว้จนหมาด หรือรู้สึกตึงผิว จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับหน้าให้แห้ง
สูตรแตงโม เพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า
วิธีทำ ปั่นเนื้อแตงโม 2 ชิ้นขนาดกลางให้ละเอียด นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกตึงผิว ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วตามด้วยน้ำธรรมดา ซับหน้าให้แห้ง
          
สลับพอกหน้าด้วยสูตรผลไม้ที่แนะนำสัปดาห์ละครั้ง แล้วผิวสวยปิ๊งจะคืนมา พร้อมความสดใสย่อนเยาว์

พฤติกรรมทำร้ายความงาม ที่ห้ามมองข้าม



1. ละเลยการออกกำลังกายยามเช้า
การออกกำลังกายยามเช้า ไม่เพียงแต่ช่วยยืดเส้นยืดสาย ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเท่านั้น แต่มันยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย รับรองว่าถ้าจากนี้ไปสาว ๆ ได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายทุกเช้า ร่างกายจะแข็งแรง ไม่ป่วย ไม่โทรมแน่นอนค่ะ

2.
ล้างหน้ามากเกินไป
การทำอะไรที่เกินพอดีมักไม่ส่งผลดีเท่าไหร่ การล้างหน้ามากเกินไปก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือการล้างหน้าสะอาดเกินไป  ก็เป็นการรบกวนผิวได้พอ ๆ กัน เนื่องจากน้ำมันในผิวตามธรรมชาติถูกกำจัดออกไปมากเกินความจำเป็น ผลที่ตามมาสำหรับคนผิวแห้ง คือผิวจะยิ่งแห้งมากขึ้นและเกิดอาการะคายเคือง ส่วนคนผิวธรรมดาก็จะกลายเป็นคนหน้ามันง่าย เพราะผิวพยายามผลิตน้ำมันออกมาทดแทน และเคลือบปกป้องผิวจากอาการแห้งและระคายเคือง ส่วนผู้ที่มีผิวมันอยู่แล้ว หน้าก็จะยิ่งมันเยิ้มมากขึ้นนั่นเอง

3.
การรับประทานวิตามิน หรืออาหารเสริมโดยไม่ปรึกษาแพทย์
การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริม เริ่มกลายเป็นทางออกในการดูแลสุขภาพและความงาม สำหรับคนเมืองที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาเอาใจใส่การกินอาหารตามปกติให้ถูกต้องตามโภชนาการ แต่การซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมกินเองโดยไม่เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ ก็สามารถก่อให้เกิดโทษกับร่างกายได้เช่นเดียวกัน หลาย ๆ คนคิดว่าทานเสริมเข้าไปนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่น่าส่งผลกับร่างกายมากนัก แต่นั่นก็ทำให้คุณเสี่ยงกับภาวะ "โอเวอร์โดส" หรือบริโภควิตามินเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ วิตามินบางตัวอาจถูกขับออกมาจากร่างกายได้ตามธรรมชาติ แต่บางตัวนั้นก็สะสมอยู่ตามอวัยวะในร่างกาย และส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะส่วนนั้นด้วย เพราะฉะนั้นก่อนที่จะทานวิตามินหรืออาหารเสริมใด ๆ ขอให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาถึงความจำเป็นในการบริโภค และปริมาณที่เหมาะสมก่อนจะดีกว่าค่ะ

4.
ละเลยอาการแพ้และระคายเคืองของผิว
ในคนที่ผิวแพ้ง่าย ย่อมจะต้องระมัดระวังเรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว หรือว่าเครื่องสำอาง แต่สำหรับสาว ๆ ทั่วไปที่มีผิวธรรมดา ไม่แพ้อะไรง่ายนักก็มักจะไม่ค่อยเอาใจใส่เรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเท่าไหร่ ทั้งที่ความจริงผิวของคุณอาจมีอาการตอบสนองต่อบางส่วนประกอบในสารบำรุงผิวหรือเครื่องสำอางเช่นกัน แม้จะเป็นอาการแพ้ที่ไม่รุนแรงนัก แต่หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะเป็นการทำร้ายผิวในระยะยาว นอกจากนี้การละเลยไม่ใส่ใจต่อวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์สำหรับผิวทั้งหลาย ก็เป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อผิวอย่างมหันต์อีกด้วย

5.
ใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น
สาว ๆ ก็ไม่ควรใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าใครคนนั้นจะเป็นเพื่อนสนิทขนาดไหน หรือว่าคุณจะมั่นใจว่าผิวตัวเองแข็งแรงแค่ไหนก็ตาม ทางที่ดีให้ใช้แต่เครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้าที่เป็นของตัวเอง และอย่าลืมล้างแปรงแต่งหน้าทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อสุขภาพผิวหน้าที่ดีด้วย

รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมเติมทั้ง 5
ข้อนี้ เข้าไปในลิสต์พฤติกรรมทำร้ายความงามที่ต้องหลีกเลี่ยงของคุณด้วยนะคะ

ลดหน้าบวมในตอนเช้าด้วยแตงกวา



หากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แล้วคุณผู้หญิงต้องประสบกับปัญหาหน้าบวมแล้วละก็ ขอบอกได้เลยไม่ต้องตกใจหรือกังวัลอีกต่อไป เพราะวีซ่ามีวิธีแก้ไขปัญหาหน้าบวมมาฝากกันค่ะ 
ปัญหาอาการหน้าบวมตอนตื่นนอนนั้นเกิดจาก ผลมาจากการทำงานของต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ตื่นตัวพร้อมทำหน้าที่ดีในตอนเช้าๆ วิธีแก้ไขอาการหน้าบวมที่ดีนั้น คุณผู้หญิงควรกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองด้วยออกกำลังกายใบหน้าด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

1.
ขยิบตาประมาณ 20 ครั้ง

2.
แตงกวาที่แช่เย็น มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บนใบหน้าและดวงตา ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที เพียงเท่านี้ ใบหน้าและดวงตาที่แสนบวมเป่งในตอนเช้าก็จะค่อยๆ บวมน้อยลงแล้วละคะ

3.
นวดหน้าระหว่างการล้างหน้าในตอนเช้า โดยใช้ปลายนิ้ว นวดที่แก้มไล้ไปจนถึงคางเป็นวงกลมเบาๆ นวดไล่ไปตั้งแต่ปลายคาง แก้ม และหน้าผาก แล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใช้นิ้วนางนวดรอบ ๆดวงตาเป็นการปิดท้าย เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนรอบดวงตา
 
ด้วยวิธีเหล่านี้ที่เรานำมาแนะนำ หากทำเป็นประจำทุกวันเมื่อมีอาการหน้าบวมแล้วละก็ คุณผู้หญิงก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาหน้าบวมในตอนเช้าอีกต่อไปแล้วละคะ

เคล็ดลับการทานง่าย ๆ ในการ ลดน้ำหนัก


               สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ จะต้องเป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารอย่างแน่นอน (ไม่งั้นจะกลัวอ้วนทำไม ใช่ไหมคะ) และนิสัยที่ชอบรับประทานนี่เอง เป็นนิสัยที่ไม่ดีที่จะทำให้ต้องมานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจกันเมื่อรับประทาน เสร็จแล้วนั่นเอง
เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารที่สมดุล และสมเหตุผล ทำให้ลดน้ำหนักง่ายขึ้นในระยะยาว และเป็นผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

1.
รับประทานปริมาณให้น้อยลง
ให้ทดลอง ใช้จานใบเล็ก ๆ ในการรับประทานอาหารแต่ละมื้อดูนะคะ เพราะจะทำให้อาหารดูมากขึ้น นอกจากนี้แล้วให้จำไว้ว่าการรับประทานในปริมาณน้อย ๆ วันละ 4-5 ครั้ง ดีกว่าทานในปริมาณมาก ๆ วันละ 3 ครั้ง
2. จัดอาหารของคุณตามปิรามิด
ให้ลำดับปริมาณอาหารจากมากไปหาน้อย คือ
      1. มากที่สุด คาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารที่สำคัญในการรับพลังงานในแต่ละวัน
      2. มากผัก ผลไม้ ต้องรับประทานให้เพียงพอ และไม่หวานจัด และอาหารประเภทนี้จะมี วิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยที่ใช้บำรุงร่างกาย
      3. น้อย เนื้อ นม ไข่ เลือกรับประทานแต่เนื้อแดง และปลา แต่ไม่ควรมากเกิน 150 กรัม 3 ครั้ง/สัปดาห์ และ ปลา 200 กรัม 2 ครั้ง/สัปดาห์
      4. น้อยที่สุด และ ไขมัน ต้องรับประทานในปริมาณน้อยที่สุด เพราะไขมันมีแคลอรี่เป็น 2 เท่าของคาร์โบไฮเครต และโปรตีน
3. หลีกเลี่ยงน้ำตาล โดยเฉพาะขนมต่าง ๆ
เพราะจะมีไขมัน และแคลอรี่ที่สูงมาก จึงควรทดแทนขนมต่าง ๆ ด้วยผลไม้สดที่ไม่หวานจัด และควรเก็บผลไม้ไว้ในที่ ๆ มองเห็น และหยิบสะดวก
4. ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นครั้งคราว พยายามชดเชยด้วยการออกกำลังกาย
เพราะน้ำหนักที่มาเป็นครั้งคราว อาจก่อให้เกิดความเคยชินจนอาจมาตลอดเลยก็ได้ จึงควรพยายามชดเชยด้วยการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
5.
จำกัดการดื่มแอลกอฮอลล์
เพราะมีแคลอรี่สูงเกือบเท่าไขมันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการลดน้ำหนักก็คือ น้ำเปล่า นั้นเองค่ะ
6. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทานแล้วหยุดยาก
เช่น ขนมกรอบ ๆ ถั่ว เนยแข็ง เป็นต้น เพราะยิ่งทาน จะยิ่งหยุดไม่ได้
7. หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เสียดายอาหารที่เหลือ
อย่างเช่นการซื้อเหมา โหล เพราะราคาประหยัดกว่า แต่คุณอาจต้องมาเสียดายกับอาหารส่วนที่เหลืออยู่ และอาจต้องรับประทานให้หมด ผลที่ตามมาก็คือ 'อ้วน' นั่นเอง
เพียงแค่การสร้างนิสัยการรับประทานง่าย ๆ เท่านี้ ภาวะที่ต้องทนทุกข์ทรมานทางใจ และทางกาย จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็จะไม่มีอีกต่อไปค่ะ

10 เคล็ดลับหุ่นเฟิร์มช่วงหน้าร้อน


ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่สาวๆ จะได้อวดผิวสวย หุ่นเฟิร์ม แต่ถ้ายังไม่มั่นใจกับรูปร่างของตัวเอง มีเคล็ดลับเพื่อช่วยให้หุ่นเฟิร์มโดยแทบไม่ต้องเสียเหงื่อ
ข้อแรกคือปิดทีวีและออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะทานอาหาร เพราะทีวีและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องดึงดูดความสนใจไปจากอาหารที่ทานอยู่ ดังนั้นหากทานอาหารไปด้วย ดูทีวีหรือใช้คอมพิวเตอร์ไปด้วย คุณก็จะจำไม่ได้ว่าทานอะไรไปมากแค่ไหน และจะทำให้หิวเร็วขึ้น
ดื่มอย่างระมัดระวัง ยิ่งอากาศร้อนใครๆ ก็อยากดื่มอะไรเย็นๆ ชื่นใจกันทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกน้ำหวานต่างๆ ทั้งชาเย็น กาแฟเย็น โกโก้เย็น หรือน้ำอัดลมที่ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่นคลายร้อน แต่ก็มีน้ำตาลและแคลอรี่ที่สูงตามมาด้วย ดังนั้นจึงควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่น้อย เช่น น้ำผักผลไม้ที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่น้ำตาลน้อยๆ หรือดื่มน้ำเปล่าเย็นๆ จะดีที่สุด
พักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรนอน 6 ชั่วโมงต่อวัน และต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ คือนอนหลับสนิท โดยเฉพาะผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้ไขมันลดลง และรู้สึกหิวน้อยลงด้วย
ทานอาหารเผ็ดๆ เพราะจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญอาหาร นอกจากนี้การทานอาหารเผ็ดๆ ยังทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าทานอาหารที่มีรสชาติอ่อน ๆ
วางแผนการทานอาหารอย่างจริงจัง กำหนดว่าจะทานอาหารเมื่อไหร่ และทานอะไรบ้าง เพื่อจะได้มีเป้าหมายในการทาน ที่สำคัญไม่ควรทานขนมหวาน แต่ให้ทานผลไม้แทน
สวมชุดที่เปิดเผยเนื้อตัวบ้าง เพราะจะได้ช่วยให้ตระหนักว่ารูปร่างตัวเองเป็นอย่างไร จำเป็นต้องลดน้ำหนักมากแค่ไหน และการสวมชุดที่รัดรูปหรือเปิดเผยเนื้อตัวก็จะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง เพราะต้องระวังว่าเนื้อจะล้น หรือต้องคอยแขม่วพุงนั่นเอง
อย่าให้รองเท้าออกกำลังกายแทน เนื่องจากรองเท้าดีๆ มักจะช่วยผ่อนแรงในการออกกำลังกาย และการเผาผลาญแคลอรี่ก็จะน้อยลงเมื่อเทียบกับการสวมรองเท้าสำหรับวิ่งธรรมดาๆ ออกกำลังกายในเวลาเท่ากัน ดังนั้นควรเลือกแค่รองเท้าที่ช่วยลดแรงกระแทกก็เพียงพอ 
หลีกเลี่ยงอาหารสำหรับลดน้ำหนัก ที่มีตัวอักษร "ol"อยู่ท้ายส่วนประกอบ เช่น "sorbitol" เพราะจะทำให้ท้องอืด นอกจากนี้หมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรี หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ก็ต้องระวังดูส่วนประกอบไม่ให้มี "ol" ท้ายชื่อเช่นกัน
ดื่มกาแฟ เนื่องจากคาเฟอีนจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ แต่ห้ามดื่มกาแฟที่ใส่น้ำตาลมากๆ และมีคาราเมลหรือวิปครีม เพราะจะยิ่งทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่าเดิม
เป็นเรื่องง่ายที่จะเลิกควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่การอดทนลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จกลับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงต้องเพิ่มแรงจูงใจให้กับตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องมีหุ่นที่เฟิร์ม แต่แบบไหนถึงจะเรียกว่าเฟิร์มล่ะ? วิธีเช็คไม่ยาก แค่ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วกระโดดขึ้นลงหน้ากระจก ถ้าเท้าสัมผัสพื้นแล้วส่วนที่ไม่ควรกระเพื่อมเช่น หน้าท้อง ต้นแขน ยังกระเพื่อมอยู่ คุณต้องฟิตหุ่นได้แล้ว

ทำไม! ผู้หญิงต้องมาสก์หน้า

คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดว่าเพียงแค่การดูแลผิวตามขั้นตอนปกติ ก็สามารถทำให้ผิวหน้าสุขภาพดีแล้ว ทำไมต้องมาสก์หน้าแล้วการมาสก์หน้ามีดีอย่างไร อีกทั้งยังใช้เวลาเพียงนิดเดียวในการทำจะช่วยบำรุงผิวได้จริงเหรอ

       
มาสก์หน้าถือเป็นขั้นตอนพิเศษที่เสริมประสิทธิภาพของการดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้น ช่วงที่ผิวหน้าโดนแสงแดดมากกว่าปกติอย่างเวลาไปเที่ยวทะเลหรือเล่นน้ำสงกรานต์กลับมา ผิวหน้าก็จะดูหมองคล้ำไม่สดใส การมาสก์หน้าจะช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนให้ดูกระจ่างใสขึ้นได้ โดยมสก์ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะแบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

     
ชนิดแผ่น ได้รับคะแนนนิยมมากที่สุด เพราะความสะดวกและใช้ง่าย เพียงแค่ฉีกซองแล้ววางตามรูปหน้า จะรู้สึกเย็นสดชื่นและผ่อนคลาย ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์บำรุงจะเป็นสูตรเข้มข้นกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าปกติ จึงช่วยฟื้นฟูผิวได้ชนิดเห็นผลรวดเร็วกว่า

     
พอกทิ้งไว้ แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า มาสก์ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นครีมหรือโคลนเข้มข้น ช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพและแก้ไขปัญหาตามสภาพผิว เช่น ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ เพื่อให้ผิวกระจ่างใส

      
พอกทิ้งไว้จนแห้ง แล้วลอกออก มีความเข้มข้นสูงกว่าทุกประเภท เมื่อทิ้งไว้มาสก์จะค่อยๆ เซตตัวจนสามารถลอกออกมาได้เหมือนหน้ากากมาสก์ชนิดนี้เน้นการเดิมความชุ่มชื้นให้ผิวขจัดเซลล์เสื่อมสภาพและลดเลือนริ้วรอย แต่เวลาลอกออก แนะนำให้ดึงจากบริเวณหน้าผากลง เพื่อจะได้ไม่ย้อนรูขุนขน ผิวหน้าจะได้ไม่เกิดอาการระคายเคือง

          
รู้สรรพคุณแล้วแบบนี้ คงเปลี่ยนใจหันมาใช้มาสก์เพื่อการบำรุงกันมากขึ้นนะคะ เพราะของเค้าดีจริงๆ ค่ะ